เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้
gestern, heute, morgen
วางเหตุการณ์บนเส้นเวลาแบบง่ายและเลือกรูปกริยาที่เป็นธรรมชาติสำหรับอดีต ปัจจุบัน และแผนอนาคต
คำบอกเวลาช่วยระบุตำแหน่งของเหตุการณ์ แต่ไม่ได้สร้าง tense แบบอัตโนมัติ „gestern“ มักใช้กับรูปอดีต เช่น „Gestern habe ich gearbeitet.“ „heute“ ใช้บอกสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น „Heute habe ich frei.“ และภาษาเยอรมันมักใช้ Präsens กับเวลาที่ชัดเจนในอนาคต เช่น „Morgen arbeite ich wieder.“ ถ้าคำเวลาอยู่ต้นประโยค กริยาที่ผันแล้วยังคงอยู่ตำแหน่งที่ 2
Gestern habe ich gearbeitet.
เมื่อวานฉันทำงาน
Heute habe ich frei.
วันนี้ฉันหยุด
Morgen arbeite ich wieder.
พรุ่งนี้ฉันทำงานอีก
Heute Abend lerne ich Deutsch.
เย็นนี้ฉันเรียนเยอรมัน
Letzte Woche war ich krank.
สัปดาห์ที่แล้วฉันป่วย
Nächste Woche habe ich Urlaub.
สัปดาห์หน้าฉันลาพักร้อน
คำบอกเวลาระบุว่าเหตุการณ์อยู่ช่วงใด แต่ไม่ได้บังคับรูปกริยาแบบเดียวเสมอ ในตัวอย่างนี้ „Gestern habe ich gearbeitet.“ ใช้ Perfekt; „Heute habe ich frei.“ ใช้ Präsens; „Morgen arbeite ich wieder.“ ใช้ Präsens พูดถึงแผนอนาคต ส่วน „Letzte Woche war ich krank.“ ใช้ „war“ ซึ่งเป็นรูปอดีต Präteritum ของ sein สำหรับ ich เมื่อเวลาอยู่หน้า กริยาที่ผันแล้วอยู่ส่วนที่สอง
ใช้หัวข้อนี้ในสถานการณ์จริงตามเป้าหมายของบท: วางเหตุการณ์บนเส้นเวลาแบบง่ายและเลือกรูปกริยาที่เป็นธรรมชาติสำหรับอดีต ปัจจุบัน และแผนอนาคต
อย่าใช้คำเวลาที่ขัดกับรูปประโยคโดยไม่ตั้งใจ เช่น gestern กับแผนอนาคต
จำกฎหลักของบทนี้: คำบอกเวลาระบุว่าเหตุการณ์อยู่ช่วงใด แต่ไม่ได้บังคับรูปกริยาแบบเดียวเสมอ ในตัวอย่างนี้ „Gestern habe ich gearbeitet.“ ใช้ Perfekt; „Heute habe ich frei.“ ใช้ Präsens; „Morgen arbeite ich wieder.“ ใช้ Präsens พูดถึงแผนอนาคต ส่วน „Letzte Woche war ich krank.“ ใช้ „war“ ซึ่งเป็นรูปอดีต Präteritum ของ sein สำหรับ ich เมื่อเวลาอยู่หน้า กริยาที่ผันแล้วอยู่ส่วนที่สอง
สร้างเส้นเวลา 3 วันและพูดอย่างละ 3 ประโยค: เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้